Home บทความ บทความทั่วไป 'หนังสั้น' เติบโต แต่ไม่เติบใหญ่?
'หนังสั้น' เติบโต แต่ไม่เติบใหญ่? PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย admin   
วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม 2010 เวลา 16:44 น.

 

       พูดถึง ‘หนังสั้น’ หลายคนคงเคยได้ยินคำนี้ผ่านหูมาบ้าง ปัจจุบันหนังสั้นถือเป็นศิลปะอีกรูปแบบหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจในหมู่นิสิต นักศึกษา และคนทั่วไปเป็นอย่างมาก ดูเผินๆ เหมือนว่าหนังสั้นจะมีที่ทางในสังคมไทยแล้วเรียบร้อย ดูได้จากคอมมูนิตี้ ชุมชนคนรักหนังสั้นในเมืองไทยที่มีการตั้งกลุ่มขึ้นมามากมาย เพื่อเผยแพร่และทำกิจกรรมเกี่ยวกับหนังสั้นอย่างต่อเนื่อง เช่น กลุ่มไทยช็อตฟิล์ม มูลนิธิหนังไทยจัดเทศกาลหนังสั้นมา 13 ครั้ง หรือ ช่องทางในการเผยแพร่หนังสั้นก็มีมากขึ้น เพราะมีสื่อที่พร้อมนำเสนอข่างคราวแวดวงหนังสั้น ทั้ง นิตยสารฟิ้ว รายการฮอตช็อตฟิล์ม รายการคนมีของ (แตกกอมาจากนิตยสารฟิ้ว) ทางช่องทีวีไทย แถมช่องทีวีทรูวิชั่นส์ก็เปิดพื้นที่ให้กับหนังสั้นได้ฉายในรายการช็อตฟิกชั่นอีกต่างหาก
       
       ยังไม่นับ เด็กมหา' ลัยต่างๆ ที่รวมตัวกันทำหนังสั้นและส่งล่ารางวัลกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันตามงานประกวดหนังสั้นของบ้านเรา
       
       ก่อนอื่น ถามว่า ‘หนังสั้น’ คืออะไร?

       “หนังสั้นมันมีความหมายตามชื่อคือ การทำหนังที่มีขนาดสั้น แต่คนมักคิดว่าหนังสั้นคือหนังอินดี้ หนังอิสระ แต่สำหรับผม หนังสั้นคือวิธีหนึ่งของการเล่าเรื่องเท่านั้นเอง” ชาคร ไชยปรีชา นักวิจารณ์ภาพยนตร์ของนิตยสาร Filmax บอกถึงความหมายของหนังสั้นในห้วงความคิดของเขา
       
       “เมื่อก่อนหนังสั้นถูกจำกัดอยู่ในวงของนักศึกษาที่เรียนภาพยนตร์ แต่ช่วงหลังๆ คนทำหนังสั้นมากขึ้น ก็จะมีคนที่ไม่ได้เรียนภาพยนตร์ หรือว่าเรียนจบแล้ว ทำงานแล้ว แต่ยังทำหนังสั้นอยู่”
       
       ทุกวันนี้ด้วยเทคโนโลยีดิจิตอลที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้การถ่ายทำหนังสั้นเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นกว่าเมื่อก่อนซึ่งมีแต่กล้องที่ใช้ฟิล์ม “ส่วนหนึ่งที่วงการหนังสั้นขยายมากขึ้นเพราะเรื่องของดิจิตอลนี่แหละ ทำให้การทำหนังสั้นมันใกล้ตัวขึ้น เมื่อก่อนการทำหนังสั้นจำกัดวงอยู่กับเด็กที่เรียนภาพยนตร์อาจเป็นเพราะว่าอุปกรณ์ด้วยส่วนหนึ่ง แต่ตอนนี้กล้องวิดีโอใครๆ ก็มีได้ ราคาก็ถูก การเล่าเรื่องก็มีวิธีการที่หลากหลายมากขึ้น อย่างเอาภาพถ่ายมาเรียงกันก็เป็นหนังสั้นได้ละ”
       

       ชาคร บอกถึงข้อเสียของการเข้ามาของเทคโนโลยีดิจิตอลที่ส่งผลต่อหนังสั้นว่า
       
       “การทำหนังสั้นที่ง่ายเกินไป บางทีอาจจะมีหนังที่เกิดขึ้นในวงการเยอะ แต่ว่าคุณภาพก็ไม่สามารถเอาแน่เอานอนได้ เมื่อการทำหนังสั้นง่ายขึ้น หลายๆ คนก็อาจจะไม่ได้ใส่ใจกับคุณภาพมากนัก” ถึงตรงนี้ หลายคนอาจคิดว่า การทำหนังสั้นโดยใช้กล้องฟิล์มอย่างแต่ก่อน หนังสั้นจะมีคุณภาพที่ดีกว่าการใช้กล้องดิจิตอลอย่างปัจจุบัน?
       
       ชาคร แสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ว่า ไม่แน่เสมอไป หากใช้กล้องดิจิตอลแล้วใช้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยและถูกที่ถูกทาง ผลงานก็จะดีๆ ตามไปด้วย
       
       “การทำหนังสั้นเริ่มขยายวงกว้างมากขึ้น เหมือนกับว่าหนังสั้นถูกเอาไปเป็นเครื่องมือในการสื่อสารกับคนหมู่มากมากยิ่งขึ้น เหมือนกับที่องค์กรต่างๆ แทนที่จะประชุมกัน มีการพรีเซ็นต์งาน บางที่ก็อาจทำเป็นหนังสั้นมาเลย เข้าใจง่ายกว่า โดยส่วนตัวรู้สึกว่า มันไม่ได้เห็นผลชัดในแง่ของคนทำหนังที่ก้าวไปสู่วงกว้างมากขึ้นอย่างเดียว แต่การที่หนังสั้นถูกใช้เป็นเครื่องมือในหลายๆ วัตถุประสงค์ จึงทำให้คนทั่วไปเริ่มชินกับหนังในรูปแบบนี้” ชาครกล่าวทิ้งท้าย

กมลธร เอกวัฒนกิจ นักศึกษาชั้นปี 4 คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เอกภาพยนตร์และภาพถ่าย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

       เห็นทิศทางการพัฒนาของหนังสั้นในสายตานักวิจารณ์หนังกันไปแล้ว ลองมาดูมุมมองเรื่องเดียวกันของคนทำหนังสั้นกันบ้าง
       
       กมลธร เอกวัฒนกิจ นักศึกษาชั้นปี 4 คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เอกภาพยนตร์และภาพถ่าย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตัวแทนประเทศไทยส่งหนังสั้นเข้าฉายและได้รับรางวัลในเทศกาล Rencontres Henri Langlois เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติของประเทศฝรั่งเศส
       
       กมลธรทำหนังสั้นมา 4 ปีแล้ว ช่วงแรกๆ เขาทำหนังสั้นเล่นๆ ไม่ได้ส่งเข้าประกวดที่ไหน เรื่องแรกที่ส่งประกวดคือ ‘Changed’ “ผมอยากเรียนภาพยนตร์มาตั้งแต่ตอน ม.3 แล้วครับ เพราะได้มีโอกาสเข้าไปคลุกคลีกับการทำเบื้องหลังรายการทีวี หรือว่าหนังบ้าง และรู้สึกว่ามันเท่เลยอยากที่จะทำหนังบ้าง”
       
       
สำหรับ กมลธร หนังสั้นคือข้อมูลอย่างหนึ่งที่ตรงประเด็น แล้วเราพยายามที่จะสื่อสิ่งนั้นออกมาเป็นเรื่องราว ตลอด 4 ปีในแวดวงหนังสั้น กมลธรคิดเห็นว่า หนังสั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง? “ตอนนี้หนังสั้นได้รับความนิยมขึ้นเยอะ มีคนทำเยอะไปหมด แล้วก็เรื่องอุปกรณ์ ความเป็นดิจิตอลมันเข้ามา เดี๋ยวนี้ฟิล์มก็ไม่ได้ใช้ถ่ายแล้ว จึงทำง่ายกว่าเดิม”
       
       
กมลธรบอกต่ออีกว่า
       
       “เคยใช้ฟิล์มมาก่อน ข้อเสียของการถ่ายฟิล์มคือแพงมาก ไหนจะจ่ายค่าฟิล์มแล้วก็ค่าล้างฟิล์มอีก สมัยก่อนจะตัดด้วยเครื่องฟิล์ม แต่ว่าเดี๋ยวนี้ไม่ใช้กันแล้ว ก็เลยต้องเอาฟิล์มที่ไปถ่ายมายิงผ่านเครื่องสแกน ชั่วโมงละหลายหมื่น”
       

       ทุกวันนี้วงการหนังสั้นมีการรวมกลุ่มกันมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ซึ่งการรวมกลุ่มตรงนี้ได้ส่งผลดีต่อวงการหนังสั้น “มันเหมือนกับว่าวงการหนังบางที มันไม่ได้อยู่ที่ว่าเราเก่งหรือเปล่า? แต่ว่าการรู้จักคน รวมกลุ่มกัน ช่วยให้เกิดการสร้างผลงานง่ายขึ้นกว่าการคิดและทำอยู่คนเดียว”
       
       
ช่องทางการเผยแพร่ผลงานตอนนี้ก็มีมากขึ้น กมลธรเล่าว่า ตอนนี้มีโครงการประกวดหนังสั้นเต็มไปหมด “คนที่ไม่ได้เรียนภาพยนตร์โดยตรงก็ทำหนังกันเต็มไปหมด ความคิดที่นำเสนอในหนังก็หลากหลายกว่าเดิม ทำตามใจตัวเองมากขึ้น เผลอๆ หนังอาจดูไม่รู้เรื่องมากขึ้น มันต้องมีความแตกต่างหลากหลาย เพื่อจะเกิดสิ่งใหม่ แต่ถ้ามีอย่างเดิมๆ มันก็อาจไม่ค่อยได้อะไร”
       
..........
       
       เพราะเทคโนโลยี ศักยภาพของบุคลากรรุ่นใหม่ และการรวมกลุ่มที่จริงจังของคนรักหนังสั้น ทุกวันนี้หนังสั้นจึงพัฒนาในทิศทางที่น่าพอใจ แต่อีกด้าน หน่วยงานที่สนับสนุนคอยให้น้ำ รดน้ำพรวนดิน กลับเป็นหน่วยงานเอกชน คนทำหนังก็กระเสือกกระสนทำกันเอง ทั้งๆ ที่หนังหลายเรื่องไปคว้ารางวัลในเวทีประกวดต่างประเทศ
       

       ท้ายนี้ เราลองไปดูให้เห็นกับตาว่า หนังสั้นของเด็กมหา'ลัยยุคดิจิตอลของหลากหลายสถาบัน 'เจ๋ง' เพียงใด ในโครงการ ‘Campus Short-Film หนังสั้น ความฝันยาว’ จัดโดยนิตยสาร ไลฟ์ ออน แคมปัส
       
       นอกจากมีหนังสั้นมากไอเดียให้ดู งานนี้ระดมผู้ที่คร่ำหวอดในแวดวงหนัง หนังสั้น นิตยสารหนัง นักวิจารณ์หนัง ทั้ง ปราโมทย์ แสงศร, พิมพกา โตวิระ, พัฒนะ จิรวงศ์ และสุภาพ หริมเทพาธิป มาร่วมบอกเล่าประสบการณ์ เพื่อจุดไฟฝันให้นักสร้างหนังรุ่นใหม่ เคลียร์คิวให้ว่างแล้วมาจอยกัน วันศุกร์ที่ 29 มกราคม 2552 ตั้งแต่บ่าย 3 ถึง 3 ทุ่ม ณ สวนสันติชัยปราการ บางลำพู กทม.
       
       เรื่อง : จรัสพรรณ มากรอด

http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9530000012373

 
ป้ายโฆษณา
ลิขสิทธิ์ © 2010 swuaa.com. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
Joomla! เป็นซอฟท์แวร์เสรีภายใต้ลิขสิทธิ์ GNU/GPL License.
เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย จูมล่าลายไทย